Read this page in English
Oplinqa

พื้นฐานงานจัดซื้อ

PR กับ PO ต่างกันอย่างไร

สองเอกสารนี้อยู่ติดกันในกระบวนการเดียวกัน จนหลายคนเรียกสลับกัน แต่ผลทางกฎหมายและทางเงินต่างกันคนละเรื่อง

สรุปสั้นที่สุด PR คือการขออนุญาตภายในบริษัท ส่วน PO คือการสั่งซื้อจริงกับคนนอก

ใบ PR อยู่ในบ้าน ไม่มีใครนอกบริษัทเห็น ใบ PO ออกจากบ้านไปถึงซัพพลายเออร์ และเมื่อเขารับแล้ว มันมีผลผูกพัน

ตารางเทียบ

ใบขอซื้อ (PR)ใบสั่งซื้อ (PO)
ใครเป็นคนออกพนักงานที่ต้องการของฝ่ายจัดซื้อ
ส่งถึงใครผู้อนุมัติภายในบริษัทซัพพลายเออร์
ผูกพันจ่ายเงินไหมไม่ผูกพัน เมื่อซัพพลายเออร์ตอบรับ
ราคาในเอกสารราคาโดยประมาณราคาที่ตกลงจริง
เกิดขึ้นเมื่อไรก่อนหลัง เมื่ออนุมัติครบแล้ว
ถ้ายกเลิกยกเลิกได้ ไม่มีผลกับใครต้องแจ้งซัพพลายเออร์ อาจมีค่าเสียหาย

ลำดับที่ถูกต้อง

PR มาก่อน PO เสมอ ไม่ใช่ธรรมเนียม แต่เป็นเรื่องของการควบคุม ถ้าออก PO ก่อนแล้วค่อยหาคนเซ็น PR ย้อนหลัง เท่ากับบริษัทผูกพันจ่ายเงินไปแล้วโดยที่ยังไม่มีใครอนุมัติ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ตรวจสอบบัญชีจะถามแน่นอน

ในทางปฏิบัติ เรื่องนี้เกิดบ่อยมากเวลาของเสียกะทันหันแล้วต้องซื้อด่วน วิธีที่ถูกกว่าคือทำ PR ฉุกเฉินที่มีลำดับอนุมัติสั้นลง ไม่ใช่ข้ามใบ PR ไปเลย

คำที่มักสับสนตามมา

เวลาตรวจสอบ สามใบนี้ต้องตรงกัน คนทำบัญชีเรียกว่า three-way match ถ้าเลข PO บนใบแจ้งหนี้ไม่ตรงกับ PO ที่ออกไป เรื่องจะยาว

ทำไมต้องแยกให้ชัด

เพราะสองใบนี้ตอบคำถามคนละข้อ ใบ PR ตอบว่า “บริษัทตกลงจะซื้อไหม” ใบ PO ตอบว่า “เราสั่งอะไรไปเท่าไร กับใคร” บริษัทที่รวมสองอย่างเป็นใบเดียวมักจะเจอปัญหาเดิมซ้ำ ๆ คือไม่มีหลักฐานว่าใครอนุมัติ เพราะเอกสารที่มีคือใบที่ส่งให้ซัพพลายเออร์ ซึ่งไม่มีลายเซ็นของคนในบริษัทอยู่บนนั้น

อยากเลิกวิ่งตามลายเซ็นหรือยัง

Oplinqa ทำใบขอซื้อ ส่งอนุมัติตามลำดับ และเก็บเอกสารทั้งชุดไว้ในโฟลเดอร์ของบริษัทคุณเอง ไม่ใช่บนคลาวด์ของคนอื่น ใช้ฟรีในช่วงเบต้า

ดูว่า Oplinqa ทำอะไรได้บ้าง