Read this page in English
Oplinqa

วิธีทำงาน

ตั้งลำดับอนุมัติจัดซื้ออย่างไรไม่ให้ติดคอขวด

ลำดับอนุมัติที่ดีไม่ได้วัดกันที่มีกี่ขั้น แต่วัดกันที่ ไม่มีขั้นไหนหยุดทั้งกระบวนการได้เพราะคนคนเดียวไม่ว่าง

เริ่มจากคำถามว่าแต่ละขั้นตอบอะไร

ก่อนจะเพิ่มคนเข้าไปในลำดับ ให้ถามว่าคนคนนั้นตอบคำถามอะไรที่คนอื่นตอบแทนไม่ได้ ถ้าตอบไม่ได้ ขั้นนั้นไม่ควรมี

ขั้นคำถามที่เขาตอบ
หัวหน้าแผนกจำเป็นกับงานจริงไหม
วิศวกรรม / ช่างเทคนิคสเปกถูกต้องไหม ใช้กับของเดิมได้ไหม
บัญชี / การเงินมีงบไหม เกินวงเงินหรือเปล่า
ผู้บริหารคุ้มกับบริษัทในภาพรวมไหม
ฝ่ายจัดซื้อราคานี้ดีที่สุดที่หาได้แล้วหรือยัง

บริษัทส่วนใหญ่ที่มีพนักงานไม่เกินห้าสิบคน ใช้สามขั้นก็พอ การเพิ่มขั้นที่สี่ควรมีเหตุผลที่พูดออกมาเป็นประโยคได้

ปัญหาที่แท้จริงไม่ใช่จำนวนขั้น แต่คือคนคนเดียว

ลำดับอนุมัติพังตอนที่ขั้นหนึ่งมีคนเดียว แล้วคนนั้นลาป่วย ไปต่างจังหวัด หรือกำลังประชุมทั้งวัน งานทั้งบริษัทหยุดรอเขา

วิธีแก้ที่ใช้ได้จริงคือ ให้แต่ละขั้นมีคนได้หลายคน และใครว่างก่อนอนุมัติแทนกันได้ ไม่ใช่การตั้งคนสำรองที่ต้องขออนุญาตก่อนใช้ ซึ่งไม่มีใครทำตอนงานด่วน

ทำเลย วันนี้ไล่ดูลำดับอนุมัติของคุณ ขั้นไหนที่มีชื่อคนเดียว ให้เพิ่มชื่อที่สองที่ไว้ใจได้เข้าไป แค่นี้มักลดเวลารออนุมัติได้มากกว่าการตัดขั้นทิ้งเสียอีก

วงเงินอนุมัติ

ไม่ใช่ทุกใบต้องขึ้นถึงผู้บริหาร วิธีที่ใช้กันทั่วไปคือกำหนดวงเงิน

ตัวเลขขึ้นกับขนาดบริษัท สิ่งที่สำคัญกว่าตัวเลขคือทุกคนรู้ว่าตัวเลขคืออะไร ถ้าต้องเดาว่าใบนี้ต้องขึ้นถึงใคร แปลว่ายังไม่ได้ตั้งวงเงินจริง

สามข้อที่ทำให้ลำดับอนุมัติเดินเร็วขึ้นทันที

  1. คนอนุมัติต้องรู้ว่าถึงคิวตัวเองแล้ว โดยไม่ต้องมีคนไปเดินบอก
  2. เอกสารต้องอยู่กับใบ ใบเสนอราคาที่ต้องไปตามหาในไลน์ คือเวลาที่หายไปทุกครั้ง
  3. คนขอต้องเห็นว่าใบอยู่ที่ใคร จะได้ไม่ต้องเดินไปถามฝ่ายจัดซื้อทุกเช้า

สามข้อนี้ไม่เกี่ยวกับแบบฟอร์มเลย และเป็นเหตุผลที่บริษัทจำนวนมากเปลี่ยนจากกระดาษ ไม่ใช่เพราะกระดาษไม่ดี แต่เพราะกระดาษบอกไม่ได้ว่าตอนนี้มันอยู่ที่ไหน

อยากเลิกวิ่งตามลายเซ็นหรือยัง

Oplinqa ทำใบขอซื้อ ส่งอนุมัติตามลำดับ และเก็บเอกสารทั้งชุดไว้ในโฟลเดอร์ของบริษัทคุณเอง ไม่ใช่บนคลาวด์ของคนอื่น ใช้ฟรีในช่วงเบต้า

ดูว่า Oplinqa ทำอะไรได้บ้าง